48ชั่วโมงของ The Super League

The Super League

หลายวันที่ผ่านมาทุกคนคงได้เห็นข่าวใหญ่ในวงการฟุตบอลทั่วโลกกับลีกที่ประกาศจัดการแข่งขันขึ้นมาโดย ทีมใหญ่ ในลีกดังของยุโรปจำนวน 12 ทีม The Super League หรือ European Super League(ESL) เป็นลีกที่ประกาศจัดการแข่งขันขึ้นในวันที่ 18 เมษายน 2021 โดย 12 ทีมใหญ่จาก 3 ลีกดังของยุโรป แล้ว ESL มีที่มาและรูปแบบการแข่งขันอย่างไร วันนี้เราจะนำข้อมูลที่เราค้นมารวบรวมให้ทุกท่านได้อ่านกัน

แนวคิด European Super League(ESL)

สำหรับแนวคิดของ The Super League หรือ European Super League(ESL) มีมานานหลายปีมากๆแล้ว ถ้าทุกคนยังจำกันได้ เมื่อปี 2009 อาร์แซน เวนเกอร์ ได้พูดถึงการจัด European Super League(ESL) และมั่นใจมากว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้ามันจะเกิดขึ้น แนวคิดนี้ที่จะแยกลีกออกมาเตะเองเป็นเพราะเรื่องผลประโยชน์ของทีมใหญ่ที่ดูเหมือนว่า จะโดนเอาเปรียบจากทาง UEFA อันเดรีย อันเญลลี จาก “ม้าลาย” ยูเวนตุส เป็นประทานขององค์กร European Club Association(ECA) พยายามเสนอและพูดคุยกับสมาชิก เกี่ยวกับการจัดลีกเอง แต่แนวคิดนั้นก็เริ่มหายไปเมื่อทาง UEFA ทำการเปลี่ยนแปลงฟุตบอล UCL(1998) โดยการเพิ่มทีม และจัดกลุ่มการแข่งขันเป็นมินิลีก แต่พอองค์กรใหญ่ขึ้นเป็น ECA ทางด้าน ฟลอเรนติโน เปเรส ประธานเรอัล มาดริด นำเสนอแนวคิดตั้ง ยูโรเปี้ยน ซุปเปอร์ ลีก ขึ้นมาอีกครั้งจากปีนั้น 2009 ทางยูฟ่า ก็พยายามปรับเปลี่ยนแนวทางการแข่งขัน UCL เพื่อเอาใจทีมใหญ่จากชาติใหญ่ ทั้งเรื่องแรงกิ้ง ยูฟา, เรื่องแชมป์ป้องกัน อันดับในลีก รวมทั้งผลประโยชน์,เงินรางวัล อะไรต่างๆ กลุ่มนี้ก็สงบไป

จนล่าสุด 18 เมษา 2021 เหมือนเพาะบ่มจนสุก European Super League(ESL) ก็กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อข่าวใหญ่ 6 ทีมดังพรีเมียร์ลีกและยักษ์ใหญ่จากอิตาลี,เยอรมัน, สเปน ร่วมลงนาม เบื้องต้น 12 ทีมดัง + 3 ทีมที่ยังไม่ระบุว่าทีมไหน รวมเป็น 15 ทีมที่ถือว่าเป็นผู้ร่วมก่อตั้งหรือ Founder จากนั้นเชิญหรือคัดเลือกมาอีก 5 ทีมครบ 20 ทีมตั้งลีกได้ โดยมี ฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานกลุ่ม รองประธานก็ อันเดรีย อันเญลลี (ม้าลาย)

รูปแบบการแข่งขัน

การแช่งชันจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 10 ทีม
จะคัดเอาอันดับ 1 2 และ 3 ของแต่ละกลุ่มเพื่อเล่นรอบ 8 ทีมสุดท้าย
อันดับที่ 4 และ 5 ของแต่ละกลุ่ม จะต้องเตะเพล์ออฟกัน เพื่อเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย
จากนั้น ก็เตะเพื่อหาคู่ชิงชนะเลิศ
แข็งขันกันกลางสัปดาห์
โดย 15 ทีมหลัก จะได้เข้าร่วมการแข็งขันในทุกๆปี

ทำไมถึงมี European Super League(ESL)

สาเหตุที่ทำให้เกิดลีก ESL ขึ้นเพราะสโมสรใหญ่เห็นว่าการที่พวกเขาเล่นใน UCL นั้นรายได้ของสโมสรโดนเอาเปรียบเรื่องรายได้จาก UEFA และเห็นว่าเงินที่พวกเขาสามารถทำเงินให้ UEFA นั้นควรได้มากกว่านี้จีงต้องการออกจาก UEFA เพื่อที่จะมาแข่ง ESL เพราะงบประมาณที่คาดว่าทีมที่จะมาร่วมนั้นมหาศาล รวมถึงค่าลิขสิทธิต่างๆ ที่สโมสรจะได้รับอย่างเท่าเทียม เงินเกือย 300 ล้านยูโร ที่ทีมเข้าร่วมจะได้รับ และรายได้จากการแข่งอีกมากมาย จึงทำให้ผู้บริหาร 12 ทีมใหญ่ต้องการที่จะเข้าร่วม

แต่…การประกาสจัดการแข่งขันครั้งนี้ ทำให้ UEFA และ FIFA ไม่พอใจจึงเกิดเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นต่างๆนาๆ มีการขู่กันไป ตอบโต้กันมาของทั้งฝ่าย UEFA และฝ่าย ESL และดูเหมือนว่าแฟนบอลในยุโรปต่างไม่เห็นด้วยกับการแยกลีกครั้งนี้มีตำนานในวงการฟุตบอลหลายคนที่ออกมาต่อว่าสโมสรที่เข้าร่วม หรือผู้ที่เกี่ยวข้องเองส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วยกับการแข่งขันนี้ จึงเกิดการประท้วงของแฟนบอลตามหน้าสโมสรใหญ่ๆ เช่นเชลซี ลิเวอร์พูล หรือแมนยูไนเต็ด เช่นเดียวกับสมาคมฟุตบอลในแต่ละประเทศเองก็ไม่ยอมให้ทีมเหล่านี้เข้าร่วม

และแล้วในวันที่ 20 เมษายน 2021 ก็มีการประกาศจากทางทีม บาเยิร์น และดอทมุนร่วมกับ สมาคมฟุตบอลเยอรมันว่าพวกเขาจะไม่เข้าร่วม สถานะการฝั่งจัดการแข่งก็เริ่มแย่ลง และตามมาด้วยการ๔อนตัวของทีมในอังกฤษ ทั้งหมดแม้ตอนนี้สโมสรจากสเปนที่มีมาดริด และบาซ่าเป็นแกนนำเองก็ยังไม่ประกาศถอนตัว สุดท้ายแล้วมันจะจบลงอย่างไร มันจะกลับมาอีกหรือไม่ ก็ไม่มีใครรู้ สุดท้ายถ้ามันมีขึ้นจริงๆ แล้วเราทุกคนมีความเห็นกันอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง

หากข้อมูลตรงไหนที่ผิดพลาดเราขออภัยในความผิดพลาด

ขอบคุณข้อมูลจาก brandinsidesiamsport, wikipedia

สนันสนุนโดย : uwin789

เว็บดูบอลออนไลน์ Ballzaa.org

10อันดับค่าเหนื่อยนักเตะแมนยู

10อันดับค่าเหนื่อยนักเตะแมนยู

10อันดับค่าเหนื่อยนักเตะแมนยู
ทุกคนที่ดูฟุตบอล เป็นแฟนฟุตบอล หรืออยู่ในวงการฟุตบอลอาจเคยได้ยินคำๆนี้ ต้องเคยผ่านหูมากันบ้าง ไม่ว่าจะได้ยินจากผู้ที่วิเคราะห์บอลตามช่องทางต่างๆ หรือจากนักพากย์บอลทั่วๆไป
Box to Box เป็นเชื่อเรียกผู้เล่นในตำแหน่งกองกลางที่ทำหน้าที่หรือมีสไตร์เฉพาะ คำว่า Box ในที่นี้มาจากกรอบเขตโทษที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม ดังนั้น Box to Box
จึงหมายถึงกองกลางที่วิ่งจากกรอบเขตทีมตัวเอง ไปยังอีกกรอบเขตโทษของคู่ต่อสู้ หรืออาจจะวิ่งทั่วทั้งสนามเลยก็ว่าได้ ซึ่งกองกลางที่เล่นแบบ Box to Box จะมีความสามารถ
หลายด้าน ทั้งในการเล่นเกมรุก และรวมไปถึงเกมรับ ต้องมีทักษะทั้งการจ่ายบอลและการเข้าสกัดขัดขวางเป็นพื้นฐาน เป็นกองกลางที่สารพัดประโยชน์มากๆ

หน้าที่ของ Box to Box
ในการเล่น เกมรุก กองกลางBox to Boxจะค่อยวิ่งเชื่อมบอลระหว่างแดนหลังสู่แดนบน เพื่อทำการเล่นเกมรุก ผู้เล่นในตำแหน่งนี้ จำเป็นจะต้องมีความสามารถพาบอลขึ้นไปเองได้ด้วย
และจะค่อยวิ่งประคองเวลาที่เพื่อนร่วมทีมเล่นเกมบุก แล้วถูกปิดช่องทางการส่ง ผู้เล่นBox to Boxจะต้องวิ่งเข้าหาเพื่อเพิ่มตัวเลือกในการส่งบอลของเพื่อน เป็นตัว Support ในเกือบทุกๆ ตำแหน่ง
หรือในบางครั้ง ผู้เล่นตัว Playmaker ถูกปิดตายก็จะต้องทำหน้าที่แทน เล่นบอลง่ายๆ ส่งบอลแล้วหาพื้นที่
ส่วนการเล่น เกมรับ กองกลางBox to Box จะค่อยเข้าสกัดขัดขวางการส่งบอลของตัวรุกคู่ต่อสู้ มีหน้าที่คล้ายๆ กลางตัวรับเลยก็ว่าได้ จะเป็นคนที่วิ่งซ้อนแบ็คทั้ง2ฝั่ง เมื่อมีการหลุดตำแหน่ง หรือค่อย
แทนตำแหน่งผู้เล่นในเกมรับ เมื่อมีการหลุดตำแหน่ง จะมีการเปลี่ยนบอลจากรับเป็นรุก พาบอลขึ้นไปในแดนบน ซึ่งจะเห็นได้ว่า Box to Box ต้องวิ่งทั่วสนาน ผู้เล่นในลักษณะนี้ จะต้องมีความฟิตพอสมควร
ร่างกายต้องพร้อม มีความอึดมากๆ

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าผู้เล่นในลักษณะ Box to Box นั้นต้องทำงานหนักมากๆ ทั้งเกมรุกและเกมรับ ผู้เล่นในตำแหน่งนี้ จึงมีความสำคัญต่อทีมอย่างมาก ในปัจจุบัน ในหลายๆทีมในฟุตบอลพรีเมียลีกอังกฤษ
ก็จะมีผู้เล่นในลักษณะ Box to Box อยู่มากมาย ไม่ว่าจะ n’golo kanté ของทีมเชลซี gini wijnaldum ของลิเวอพูล หรือจะเป็น Pierre-Emile Højbjerg ของท๊อตแนม ฮอทสเปอ และอีกมากมายที่เป็น มิดฟิลด์พลังไดนาโม ที่อึดทนทานแบบนี้

Box to Box
ทุกคนที่ดูฟุตบอล เป็นแฟนฟุตบอล หรืออยู่ในวงการฟุตบอลอาจเคยได้ยินคำๆนี้ ต้องเคยผ่านหูมากันบ้าง ไม่ว่าจะได้ยินจากผู้ที่วิเคราะห์บอลตามช่องทางต่างๆ หรือจากนักพากย์บอลทั่วๆไป
Box to Box เป็นเชื่อเรียกผู้เล่นในตำแหน่งกองกลางที่ทำหน้าที่หรือมีสไตร์เฉพาะ คำว่า Box ในที่นี้มาจากกรอบเขตโทษที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม ดังนั้น Box to Box
จึงหมายถึงกองกลางที่วิ่งจากกรอบเขตทีมตัวเอง ไปยังอีกกรอบเขตโทษของคู่ต่อสู้ หรืออาจจะวิ่งทั่วทั้งสนามเลยก็ว่าได้ ซึ่งกองกลางที่เล่นแบบ Box to Box จะมีความสามารถ
หลายด้าน ทั้งในการเล่นเกมรุก และรวมไปถึงเกมรับ ต้องมีทักษะทั้งการจ่ายบอลและการเข้าสกัดขัดขวางเป็นพื้นฐาน เป็นกองกลางที่สารพัดประโยชน์มากๆ

หน้าที่ของ Box to Box
ในการเล่น เกมรุก กองกลางBox to Boxจะค่อยวิ่งเชื่อมบอลระหว่างแดนหลังสู่แดนบน เพื่อทำการเล่นเกมรุก ผู้เล่นในตำแหน่งนี้ จำเป็นจะต้องมีความสามารถพาบอลขึ้นไปเองได้ด้วย
และจะค่อยวิ่งประคองเวลาที่เพื่อนร่วมทีมเล่นเกมบุก แล้วถูกปิดช่องทางการส่ง ผู้เล่นBox to Boxจะต้องวิ่งเข้าหาเพื่อเพิ่มตัวเลือกในการส่งบอลของเพื่อน เป็นตัว Support ในเกือบทุกๆ ตำแหน่ง
หรือในบางครั้ง ผู้เล่นตัว Playmaker ถูกปิดตายก็จะต้องทำหน้าที่แทน เล่นบอลง่ายๆ ส่งบอลแล้วหาพื้นที่
ส่วนการเล่น เกมรับ กองกลางBox to Box จะค่อยเข้าสกัดขัดขวางการส่งบอลของตัวรุกคู่ต่อสู้ มีหน้าที่คล้ายๆ กลางตัวรับเลยก็ว่าได้ จะเป็นคนที่วิ่งซ้อนแบ็คทั้ง2ฝั่ง เมื่อมีการหลุดตำแหน่ง หรือค่อย
แทนตำแหน่งผู้เล่นในเกมรับ เมื่อมีการหลุดตำแหน่ง จะมีการเปลี่ยนบอลจากรับเป็นรุก พาบอลขึ้นไปในแดนบน ซึ่งจะเห็นได้ว่า Box to Box ต้องวิ่งทั่วสนาน ผู้เล่นในลักษณะนี้ จะต้องมีความฟิตพอสมควร
ร่างกายต้องพร้อม มีความอึดมากๆ

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าผู้เล่นในลักษณะ Box to Box นั้นต้องทำงานหนักมากๆ ทั้งเกมรุกและเกมรับ ผู้เล่นในตำแหน่งนี้ จึงมีความสำคัญต่อทีมอย่างมาก ในปัจจุบัน ในหลายๆทีมในฟุตบอลพรีเมียลีกอังกฤษ
ก็จะมีผู้เล่นในลักษณะ Box to Box อยู่มากมาย ไม่ว่าจะ n’golo kanté ของทีมเชลซี gini wijnaldum ของลิเวอพูล หรือจะเป็น Pierre-Emile Højbjerg ของท๊อตแนม ฮอทสเปอ และอีกมากมายที่เป็น มิดฟิลด์พลังไดนาโม ที่อึดทนทานแบบนี้

Box to Box
ทุกคนที่ดูฟุตบอล เป็นแฟนฟุตบอล หรืออยู่ในวงการฟุตบอลอาจเคยได้ยินคำๆนี้ ต้องเคยผ่านหูมากันบ้าง ไม่ว่าจะได้ยินจากผู้ที่วิเคราะห์บอลตามช่องทางต่างๆ หรือจากนักพากย์บอลทั่วๆไป
Box to Box เป็นเชื่อเรียกผู้เล่นในตำแหน่งกองกลางที่ทำหน้าที่หรือมีสไตร์เฉพาะ คำว่า Box ในที่นี้มาจากกรอบเขตโทษที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม ดังนั้น Box to Box
จึงหมายถึงกองกลางที่วิ่งจากกรอบเขตทีมตัวเอง ไปยังอีกกรอบเขตโทษของคู่ต่อสู้ หรืออาจจะวิ่งทั่วทั้งสนามเลยก็ว่าได้ ซึ่งกองกลางที่เล่นแบบ Box to Box จะมีความสามารถ
หลายด้าน ทั้งในการเล่นเกมรุก และรวมไปถึงเกมรับ ต้องมีทักษะทั้งการจ่ายบอลและการเข้าสกัดขัดขวางเป็นพื้นฐาน เป็นกองกลางที่สารพัดประโยชน์มากๆ

หน้าที่ของ Box to Box
ในการเล่น เกมรุก กองกลางBox to Boxจะค่อยวิ่งเชื่อมบอลระหว่างแดนหลังสู่แดนบน เพื่อทำการเล่นเกมรุก ผู้เล่นในตำแหน่งนี้ จำเป็นจะต้องมีความสามารถพาบอลขึ้นไปเองได้ด้วย
และจะค่อยวิ่งประคองเวลาที่เพื่อนร่วมทีมเล่นเกมบุก แล้วถูกปิดช่องทางการส่ง ผู้เล่นBox to Boxจะต้องวิ่งเข้าหาเพื่อเพิ่มตัวเลือกในการส่งบอลของเพื่อน เป็นตัว Support ในเกือบทุกๆ ตำแหน่ง
หรือในบางครั้ง ผู้เล่นตัว Playmaker ถูกปิดตายก็จะต้องทำหน้าที่แทน เล่นบอลง่ายๆ ส่งบอลแล้วหาพื้นที่
ส่วนการเล่น เกมรับ กองกลางBox to Box จะค่อยเข้าสกัดขัดขวางการส่งบอลของตัวรุกคู่ต่อสู้ มีหน้าที่คล้ายๆ กลางตัวรับเลยก็ว่าได้ จะเป็นคนที่วิ่งซ้อนแบ็คทั้ง2ฝั่ง เมื่อมีการหลุดตำแหน่ง หรือค่อย
แทนตำแหน่งผู้เล่นในเกมรับ เมื่อมีการหลุดตำแหน่ง จะมีการเปลี่ยนบอลจากรับเป็นรุก พาบอลขึ้นไปในแดนบน ซึ่งจะเห็นได้ว่า Box to Box ต้องวิ่งทั่วสนาน ผู้เล่นในลักษณะนี้ จะต้องมีความฟิตพอสมควร
ร่างกายต้องพร้อม มีความอึดมากๆ

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าผู้เล่นในลักษณะ Box to Box นั้นต้องทำงานหนักมากๆ ทั้งเกมรุกและเกมรับ ผู้เล่นในตำแหน่งนี้ จึงมีความสำคัญต่อทีมอย่างมาก ในปัจจุบัน ในหลายๆทีมในฟุตบอลพรีเมียลีกอังกฤษ
ก็จะมีผู้เล่นในลักษณะ Box to Box อยู่มากมาย ไม่ว่าจะ n’golo kanté ของทีมเชลซี gini wijnaldum ของลิเวอพูล หรือจะเป็น Pierre-Emile Højbjerg ของท๊อตแนม ฮอทสเปอ และอีกมากมายที่เป็น มิดฟิลด์พลังไดนาโม ที่อึดทนทานแบบนี้

spinny

spinny

Copyright @ 2020 Ballzaa.org All rights reserved.

Share via
Copy link
Powered by Social Snap